Shure MXA910 IntelliMix® | Workshopไมโครโฟน

worshop mxa910 1200

สรุปว่าหากแยกโซนได้ จะทำให้ระบบทำงานดีขึ้น สำหรับลำโพงที่ใช้งานร่วมกับเทคนิค Voice-Lift แนะนำให้เลือกลำโพง Ceiling ที่มีลักษณะเป็นพ้อยต์ซอร์ส หากเป็นลำโพง PA จะทำลำบาก เพราะปกติเวลาติดตั้งตู้ลำโพงจะต้องหันไปทางฝั่งผู้ฟัง ในขณะตำแหน่งผู้พูดอยู่ใกล้หน้าตู้ลำโพง ก็จะเกิดปัญหาหวีดหอนอย่างแน่นอน

สำหรับเครื่องมือที่ใช้คำนวณค่า Direct Sound ทาง Shure มีซอฟต์แวร์ให้ใช้งาน หน้าที่สำคัญคือใช้คำนวณค่าฟีดแบ็กระบบที่เราออกแบบ หากผู้ออกแบบป้อนค่าตัวเลขเข้าไปในซอฟต์แวร์ ระบบจะบอกเราว่า มันจะเกิดปัญหาหวีดหอนหรือไม่ ซึ่งค่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นระยะจากปากผู้พูดถึงไมโครโฟน ระยะทางไมโครโฟนถึงลำโพงตัวใกล้สุด ระยะผู้ฟังใกล้ที่สุดถึงผู้ฟังไกลสุด

voice lift NAG PAG
(ซ้าย) ลักษณะรูปแบบโซนเดียว
(ขวา) รูปแบบหลายโซน
สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ ตำแหน่งของไมโครโฟน แพทเทิร์นรับเสียง และ PAG, NAG


โดยระบบจะคำนวณให้ว่าเสียงดังเพียงพอหรือไม่ หากเสียงดังเพียงพอจะมีเสียงฟีดแบ็กหรือไม่ ซึ่งมันจะมี 2 ค่า คือ

  1. Potential Acoustic Gain (PAG) เป็นตัวบ่งชี้ว่าระบบสามารถให้ความดังได้แค่ไหน
  2. Needed Acoustic Gain (NAG) เป็นค่าความดังที่เราต้องการ หลังจากคำนวณแล้ว เช่น ได้ตัวเลขมา 1.6 แต่เราต้องการ 26 นั่นหมายความว่าระบบให้ความดังไม่พอตามที่เราต้องการ เราก็ต้องเร่ง Gain แต่ปัญหาคือมันจะเกิดการฟีดแบ็กแน่นอน

ได้มีการทดสอบผลการคำนวณเพื่อเปรียบเทียบระหว่าง MXA910 กับไมโครโฟนทั่วไป ที่มีแพทเทิร์นแบบ Omni ในอดีตนั้นยังไม่มีไมค์แบบ MXA910 จะมีการนำไมค์ไปห้อยไว้กลางห้อง แล้วเปิด Gain สูงๆ เพื่อให้รับเสียงของผู้พูดทุกคนได้ ผลลัพธ์ที่ได้กลับแย่กว่า ไม่ว่าจะเป็น Omni หรือ Cardioid ก็ตาม

voice life con cal
ตารางคำนวณ Voice-Lift เพื่อใช้อ้างอิงในการออกแบบระบบเสียงห้องประชุม


ความเหนือชั้นของ MXA910 คือมันสามารถ Beam การรับเสียงให้แคบได้ ดังนั้น มันจึงรับสัญญาณได้ดีกว่า ส่วนเสียงรบกวนด้านข้างจะปะปนเข้ามาได้น้อยกว่า ขณะที่ไมค์แบบ Omni มันรับทุกอย่างเข้ามาทั้งหมด ดังนั้น Gain before feedback ของ MXA910 จะดีกว่าไมค์ทั่วไป 7-11dB นั่นหมายความว่าเราสามารถเปิด Gain ของไมค์ MXA910 ได้มากกว่าไมค์ทั่วไป

ในการเซตอัพลำโพงและไมค์แต่ละตำแหน่ง สมมติผู้พูดอยู่ตำแหน่ง A ลำโพงที่อยู่บริเวณตำแหน่ง A จะไม่มีเสียงใดๆ ออกมาเลย อาจจะเรียกว่าเป็นโซนขวาสุด มันจะปิดไปเลย ผู้ที่นั่งอยู่ใกล้ผู้พูดก็จะได้ยินเสียงนั้นอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเปิดลำโพง เพราะหากเปิดลำโพงโอกาสจะเกิดฟีดแบ็กก็เป็นไปได้สูง ถัดจากผู้พูดไปประมาณ 3-4 ที่นั่ง ผู้ฟังตำแหน่งนี้อาจจะได้ยินไม่ชัด

DSC 0125 small
คุณเจมี่ อธิบายว่า ในตำแหน่งใกล้ผู้พูดระดับความดังจากลำโพงจะไม่มีเลย แต่ในระยะห่างออกไปเสียงจะเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ตาม Gain ขยาย โดยเริ่ม -6dB ไปเป็น -3dB และตำแหน่งการฟังไกลสุดคือ 0dB


ดังนั้นจำเป็นต้องเปิดเสียงให้ดังขึ้นราว -6dB ซึ่งเขาจะได้ยินทั้งเสียงจริงและเสียงลำโพงมารวมกัน กรณีตำแหน่งผู้ฟังอยู่ไกลๆ รับรองว่าไม่ได้ยินผู้พูดแน่นอน จะต้องเปิดให้เสียงดังขึ้นประมาณ -3dB ส่วนตำแหน่งปลายโต๊ะซึ่งอยู่ไกลสุด สามารถเปิดลำโพงดังๆ ได้เลย คือประมาณ 0dB ไม่ต้องกังวลเรื่องความดัง เพราะระยะไกลพอที่จะไม่เกิดฟีดแบ็ก

กรณีศึกษา

ยกตัวอย่างสถานที่ติดตั้ง MXA910 จริง เป็นออดิทอเรียมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ จุคนได้ประมาณ 200 คน ห้องนี้ติดตั้ง MXA910 เพียง 4 ตัวเท่านั้น แบ่งหน้าที่กันทำงาน ในบางพื้นที่จะเป็นพื้นที่ของผู้สอน ใช้ไปทั้งหมด 8 Lobe ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หน้าเวทีทั้งหมด เวลาผู้สอนเดินไปไหนก็แล้วแต่ มันสามารถรับเสียงได้หมดทุกจุด โซนตรงกลางจะเป็นพื้นที่ของนักเรียน และถัดมาเป็นโซนหลังห้อง

ในแต่ละ Lobe สามารถครอบคลุมได้ถึง 10 คน เวลานักเรียนถามหรือพรีเซ้นต์ ผู้สอนก็สามารถได้ยินเสียงนักเรียน เวลาผู้สอนพูดนักเรียนที่อยู่หลังห้องก็ได้ยินเสียง นี่คือตัวอย่างในต่างประเทศ

DSC 0127 small
ภาพไดอะแกรมของห้องที่ใช้เป็นกรณีศึกษา


สรุป

ไมโครโฟน Shure MXA910 IntelliMix® ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งาน AV Conference สามารถติดตั้งใช้งานทั้งในห้องขนาดกลางไปจนถึงห้อง Boardroom ขนาดใหญ่ ซึ่ง MXA910 มีจุดเด่นด้านเทคโนโลยีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Auto-focus ที่สามารถตามติดผู้พูดได้ทุกการเคลื่อนไหว

รวมไปถึงเทคโนโลยี Voice-Lift ช่วยเติมเต็มทุกตำแหน่งการฟังให้ชัดเจนขึ้น สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ P300 และ DSP ชั้นนำระดับโลกอย่าง Soundweb London BLU เพื่อขยายขีดความสามารถตัวระบบให้มีสมรรถนะมากขึ้น

ตัวระบบยังรองรับการออกแบบในลักษณะแยกโซน โดยใช้งานควบคู่กับลำโพง Ceiling เพื่อให้ทุกตำแหน่งการฟังได้ยินเสียงอย่างทั่วถึง และหลีกเลี่ยงปัญหาหวีดหอนในระบบเสียงชุดประชุม

Shure MXA910 IntelliMix® ยังสามารถ Beam รับเสียงในแนวแคบ เพื่อป้องกันเสียงรอบข้างแทรกเข้ามา และยังสามารถเร่ง Gain ได้มากกว่าไมโครโฟนทั่วไปอีกด้วย

Shure MXA910 Room

สำหรับท่านใดที่สนใจสินค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าได้ที่:
บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด
โทร.02-2560020
หรือ www.mahajak.com และเพจ MahajakPro

บทความที่เกี่ยวข้อง :
Review | ไมโครโฟน Shure MXA910 IntelliMix®


Read Previous

Shure MXA910 IntelliMix® | Reviewไมโครโฟน

Read Next

Yamaha DXR mkII ลำโพงโฉมใหม่ปี 2019