Shure MXA910 IntelliMix® | Reviewไมโครโฟน

910imx 1200

ฟีเจอร์หลัก

ในตัว MXA910 มีอะไรบ้าง ตัว IntelliMix® เป็นชื่อของเทคโนโลยีที่ Shure คิดค้นขึ้นมา เพื่อช่วยให้งานประชุม งานสัมมนา มีประสิทธิภาพล้ำหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งอุปกรณ์หลายๆ ชิ้นมีเทคโนโลยีนี้บรรจุอยู่ สำหรับ IntelliMix® แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

planting the seeds of innovation through corporate co creation with ricoh company header
planting the seeds of innovation through corporate co creation with ricoh company 4
MXA910 IntelliMix® และ P300-IMX ถูกติดตั้งที่บริษัท Ricoh หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตอุปกรณ์การพิมพ์จากประเทศญี่ปุ่น


1. Automixing – หน้าที่หลักคือช่วยในการมิกซ์เสียง เวลามีไมค์ชนิดก้าน ระดับของ Noise จะมีน้อย เพราะไมค์อยู่ใกล้ปากของผู้พูด แต่ถ้าเป็นไมค์ลักษณะนี้ ตำแหน่งของไมค์อยู่ไกลผู้พูด มันจึงพยายามรับเสียงในระยะไกลๆ ให้ได้ ปัญหาคือมันจะรับเสียงของสัญญาณ Noise เข้าไปมากขึ้น ซึ่งเสียง Noise ประกอบด้วยเสียงรบกวนที่อยู่รอบๆ ผู้พูด ซึ่งมีเยอะมาก ซึ่ง DSP จะทำหน้าที่เป็นตัวตัด Noise นั่นคือ Gate ทั่วไป

ถ้าเรารู้ว่าเสียงรบกวนดังประมาณ -80dB ให้เราตั้ง Gate ที่ระดับ -80dB เช่นกัน ถามว่าหาก Noise ดังกว่านั้น เช่น -60dB จะทำอย่างไร สัญญาณ Noise ก็จะหลุดมา ในระบบไมค์มันจะมีระบบตัดเสียงรบกวนตามความดังของ Noise เช่นหาก Noise ดังขึ้น ระบบจะช่วยตัด Noise ให้ ฉะนั้น ผู้พูดต้องพูดดังขึ้น เพื่อให้ดังมากกว่าเสียงของ Noise

ถามว่าระบบรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือ Noise ระบบของไมค์ตัวนี้มันจะเช็คความสม่ำเสมอของสัญญาณที่ผ่านเข้ามา ระบบรู้ได้อย่างไรว่า เสียงนี้เป็นเสียงคนพูด หรือเป็นเสียงที่เราไม่ต้องการ มันจะเช็คได้จากความคงที่ของเสียง เช่นเสียงพัดลม มันจะมีเสียงดังคงที่ตลอด ซึ่งเสียงนั้นเป็นความถี่เดียวกัน มันจะทำการตัดทิ้งให้ทันที ในขณะที่เสียงคนพูดมีระดับแตกต่างกัน ไม่ได้มีความดังเท่ากันตลอดเวลา นี่คือหน้าที่ของ Noise Adaptive Threshold (NAT)

the power of partnership at infocomm 2019 1
  • MaxBus เป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจ ใช้ในงานประชุมเป็นหลัก มันเป็นระบบที่รู้ได้ว่าเสียงที่เข้ามาในไมค์หลายๆ ที่เป็นเสียงเดียวกันนั้น ระบบจะเลือกว่าควรใช้สัญญาณจากไมค์ตัวไหน เช่น ในโต๊ะประชุมมีไมค์ทั้งหมด 8 ตัว เป็นไมค์ก้านหรือ MXA910 ก็ตาม มีจุดรับสัญญาณ 8 จุด จู่ๆ มีหนึ่งคนตะโกนหรือพูดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือเสียงนั้นไม่ได้เข้าเฉพาะไมค์ตัวเดียว มันเข้าไมค์ตัวอื่นๆ ด้วย กรณีมีสัก 20 ไมค์ แล้วเสียงนั้นเข้าไมค์ทุกตัว ถามว่าจะเกิดอะไรขึ้น เสียงนั้นจะตีกัน เพราะเสียงหนึ่งเสียงไปเข้าไมค์ทุกตัว ระบบของ MaxBus จะเป็นตัวเช็คว่า อันที่จริงแล้วผู้พูดอยู่ที่ไมค์ตัวไหน แล้วทำการปิดไมค์ตัวอื่นให้หมด นั่นหมายถึงระบบจะรับเฉพาะเสียงจากไมค์ที่มีเสียงพูดชัดที่สุดมาใช้งาน
  • Number of Open Mics Attenuator (NOMA) เป็นตัวสำคัญมากในงานประชุมหรืองานสัมมนา ปกติแล้วในงานเหล่านั้นจะใช้ไมค์พร้อมกันเพียงไม่กี่ตัว เช่น การประชุม ผู้พูดกับประธานประชุม ก็จะพูดคุยกันเพียง 2 คน ยกเว้นมีผู้อื่นพูดแทรก ดังนั้น หากมีไมค์ 8 ตัว ไม่จำเป็นต้องเปิดพร้อมกันทั้งหมด เราสามารถสั่งการได้ว่า เปิดครั้งละ 2 ตัวหรือ 1 ตัวก็พอ เพราะหากเปิดพร้อมกัน 8 ตัว จะทำให้ฟังไม่รู้เรื่อง มันจะเลือกเฉพาะไมค์ตัวที่ดังที่สุด หรือไมค์ที่ถูกเซต Priority ไว้ เช่นไมค์ประธาน และเปิดไมค์อีกตัวที่มีความสำคัญรองลงมา นั่นคือลักษณะการเปิดไมค์พร้อมกัน 2 ตัว

2. DSP – นอกจาก Gate ใน DSP ยังมี Gain Sharing, AEC (acoustic echo cancellation) ทำหน้าที่ตัดแอคโค่ ช่วยตัดเสียงสัมมนาทางไกลของอีกฟากออกลำโพงแล้วย้อนกลับเข้าไปไมโครโฟน บางคนอาจจะเคยได้ยินเวลาที่ใช้ Skype, Line เวลาคุยกันแล้วเมื่อเปิด Speaker phone แล้วมันเกิดเสียง หว๊องๆ !! อันนั้น เรียกว่าเป็นแอคโค่ และนอกจากนี้ยังมี Noise Reduction, EQ, Delay อีกด้วย

p300imx mxa910 schematics container shure eu 2017
ตัวอย่างไดอะแกรม MXA910 IntelliMix® ใช้งานร่วมกับ P300-IMX


ก่อนหน้านี้เวลาใช้ MXA910 ก่อนที่จะมีการอัพเดตเฟิร์มแวร์ให้มีลูกเล่นมากขึ้นนั้น ตัวมันเองอาจจะไม่มีเครื่องมือจัดการที่ดีพอ ฉะนั้นจะต้องใช้โพรเซสเซอร์ที่มาพร้อมกับตัวมันเอง ซึ่งโพรเซสเซอร์ตัวนี้ต้องซื้อแยก ชื่อรุ่น IntelliMix® P300 มีหน้าที่ไว้ใช้งานประชุมโดยเฉพาะ

ในอดีตหากซื้อ MXA910 มาใช้งาน ผู้ขายจะแนะนำให้ซื้อตัว P300 มาด้วย เพื่อนำมาตัด Noise, Echo และอื่นๆ ที่ MXA910 ทำไม่ได้ แต่สำหรับเฟิร์มแวร์ตัวใหม่เหมือนดึงศักยภาพของ P300 มาใส่ไว้ใน MXA910 รวมทั้งซอฟต์แวร์ต่างๆ อีกด้วย ปัจจุบันหากซื้อ MXA910 เพียงไม่กี่ตัว อาจไม่จำเป็นต้องซื้อ P300 มาร่วม ดังนั้นชื่อของอุปกรณ์ตัวใหม่เรียกแบบเต็มๆ คือ MXA910 IntelliMix®

softwareIMX910
MXA910 IntelliMix® มีซอฟต์แวร์สำหรับใช้ในการออกแบบระบบ และควบคุมการทำงานของตัวไมโครโฟนได้อย่างเหนือชั้น


สรุป

สิ่งที่เพิ่มเข้ามา นอกจากเครื่องจะฉลาดขึ้นแล้ว ยังมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Autofocus ในรุ่น Gen ก่อนหน้า หากเราเซต Lobe ให้มันฟิกซ์อยู่ที่ใดๆ หากเราส่ายหัวออกไปนอก Lobe เสียงมันจะวูบทันที เนื่องจากมันโฟกัสเฉพาะที่ปากของผู้พูดเท่านั้น เมื่อมีฟีเจอร์ Autofocus แม้ผู้พูดจะโยกศีรษะไปทางใดก็ตาม ในระยะรัศมี 50 เซ็นติเมตร

ตัว Lobe มันจะตามติดไปในลักษณะรีลไทม์ทันที รวมทั้งฟังก์ชันการซิงโครไนซ์กับโปรแกรมประชุม เช่น Skype for Business และอื่นๆ หากเรากด Mute จะเสมือนเรากด Mute ที่ตัวไมโครโฟนทันที กล่าวคือเราสามารถสั่งงานไมโครโฟนรุ่นนี้ผ่านซอฟต์แวร์บางตัวได้ ในอนาคตอาจจะมีซอฟต์แวร์ที่ไมค์รองรับมากขึ้น

voice lift takes communication to a new level 2

สำหรับท่านใดที่สนใจสินค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าได้ที่:
บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด
โทร.02-2560020
หรือ www.mahajak.com และเพจ MahajakPro


Read Previous

Shure QLX-D & ULX-D | Review ไมโครโฟน

Read Next

Shure MXA910 IntelliMix® | Workshopไมโครโฟน