เจาะแก่นการใช้งาน dB-Mark DP26 Mark IV ตอนจบ

banner dbmark 7 1200x628 part 3 copy

>> ถัดไปเป็นตำแหน่งของ Bandwidth ให้จำไว้ว่า ยิ่งค่า Bandwidth ยิ่งมาก ฐานของ Bandwidth ยิ่งกว้าง หากอยู่สถานะลบจะมีรูปร่างหงายขึ้น กว้างขึ้น แต่กรณีตัวเลขแคบลงเท่ากับ 0.05 ซึ่งเป็นค่า Bandwidth ที่แคบที่สุดแล้ว

กรณีเลือกแคบสุดมันจะทำงานคล้ายๆ โหมด Notch ฟิลเตอร์ แทบจะไม่ไปกินความถี่ข้างเคียงเลย กรณีปรับ Bandwidth กว้างมันจะกินความถี่ข้างเคียงไปด้วย นี่คือการ Edit ค่าฟังก์ชัน EQ ฝั่งอินพุต

ในกรณีเราต้องการปรับแต่งแบนด์ความถี่อื่นๆ ให้กดปุ่ม EQ หนึ่งครั้ง ระบบจะเลื่อนเคอร์เซอร์ไปที่ EQ 2 หากกดอีกครั้งก็จะกลายเป็น EQ 3..4..5..6 ตามลำดับ เมื่อถึง EQ 6 หากกดอีกหนึ่งครั้งจะกลายเป็น EQ 1

การปรับแต่งฟังก์ชันอื่นๆ

สำหรับฟังก์ชันอื่นๆ เช่น X-OVER, COMPRESSOR/LIMITER ไม่สามารถปรับแต่งค่าฝั่งอินพุตได้ แต่มีฟังก์ชัน DELAY ซึ่งปรับค่าดีเลย์แต่ละอินพุตได้สูงสุด 340 เมตร

ถัดไปฟังก์ชัน GAIN อินพุตปรับได้สูงสุด +12dB และ -80dB บางคนมักจะตั้งไว้ที่ 0dB ถัดไปฟังก์ชัน PORALITY ในฟังก์ชันนี้มันจะมีให้สองอย่างคือสั่งให้กลับเฟส 180 องศา และน้อยส์เกท ปุ่มนี้จะระบุชื่อไว้คือ PORALITY/NG

สำหรับฟังก์ชัน Noise Gate เราจะสั่ง Off ก็ได้ กรณีผู้ใช้ต้องการออกจากหน้า Setup ให้กดปุ่ม EXIT ระบบจะกระโดดมาหน้าจอหลัก ส่วน LOAD/SAVE จะอธิบายในส่วนของฝั่งเอาท์พุต หรือกรณีฝั่งเอาท์พุตเราจัดการเรียบร้อยแล้ว

Image 4 1
การใช้ฟังก์ชัน Noisegate ผ่านหน้าเครื่อง


เราสามารถกดปุ่ม LOAD/SAVE ไปเลยก็ได้ หากเรากดครั้งแรกมันจะขึ้น LOAD Program เราต้องหมุนปุ่ม Digital Encoder เพื่อเปลี่ยนเคอร์เซอร์ไปตามเข็มนาฬิกา จากนั้นจะปรากฎ SAVE Program

หากต้องการ Save ข้อมูลเป็นโปรแกรมพรีเซตให้กดปุ่ม Digital Encoder ลงไปหนึ่งครั้ง และกดอีกครั้งเพื่อให้เคอร์เซอร์เลื่อนลงมาด้านล่าง เราจะเห็นชื่อโปรแกรมพรีเซตที่เรา Save ไว้แล้ว

กรณีเราไม่ต้องการ Save ทับโปรแกรมพรีเซตก่อนหน้า ให้เราหมุนจาก User 1 เป็น 2 ถ้า User 2 ยังไม่มีการ Save โปรแกรมพรีเซตไว้ ให้กดเคอร์เซอร์หนึ่งครั้ง มันจะขึ้นคำว่า Rename จากนั้นยืนยัน Yes แล้วกรอกหรือตั้งชื่อโปรแกรมพรีเซตเป็นภาษาอังกฤษ

กรณีเราต้องการยืนยันให้กด Enter สำหรับวิธีทำคือ ให้กดปุ่ม Digital Encoder ค้างไว้เลย คราวนี้เราต้องการตรวจสอบดูว่าโปรแกรมพรีเซตที่เรา Save ไว้อยู่ในเครื่องหรือไม่ ให้กดปุ่ม LOAD แล้วกดปุ่ม Digital Encoder ลงไปหนึ่งครั้ง

แล้วกดอีกครั้งมันจะขึ้น U1 แล้วหมุนไปหาโปรแกรมพรีเซตที่ต้องการโหลดนั่นคือ U2 เราจะเห็นชื่อของโปรแกรมพรีเซต กรณีเราต้องการโหลดให้เลือกโปรแกรมดังกล่าว โดยการกดปุ่ม Digital Encoder หนึ่งครั้ง

ทีนี้หากต้องการเช็คว่าโปรแกรมพรีเซตที่โหลดมานั้นถูกต้องหรือไม่ ให้เช็คผ่านหน้าจอ ซึ่งระบบจะแสดงชื่อของพรีเซตดังกล่าวโดยละเอียด กรณีเราต้องการออกจากหน้าจอนี้ให้กดปุ่ม Exit ที่กล่าวมาทั้งหมดในส่วนนี้คือฝั่งอินพุต ซึ่งผู้อื่นหรือเราได้ออกแบบไว้แล้ว อาจต้องมาแก้ค่า Delay, EQ บางย่าน เมื่อปรับแต่งเสร็จ จะ Save ทับพรีเซตเดิมหรือ Save เป็นชื่อพรีเซตใหม่ก็ได้

การจัดการฝั่งเอาท์พุต

ในการ Edit จะเหมือนฝั่งอินพุต หากต้องการ Edit ที่เอาท์พุตใดให้กดปุ่มใสๆ ของเอาท์พุตเหล่านั้น หากกดสั้นมันจะกลายเป็น Mute แต่หากกดค้างนานขึ้นมันจึงจะเปลี่ยนสถานะเป็น Edit เมื่อกดปุ่ม [OUT 1] ไฟของ [OUT 2] อาจสว่างด้วย นั่นเพราะมีการลิงค์เอาท์พุตไว้ก่อนหน้า หากไฟสว่างทั้ง [OUT 1] และ [OUT 2] เราสามารถ Edit พร้อมกันได้เลย

สำหรับฟังก์ชันแรกที่โรงงานให้มาจะเป็น EQ หน้าจอของเครื่องจะโชว์ชื่อของเอาท์พุตตามที่เราได้ตั้งชื่อไว้ในซอฟต์แวร์ เช่น Sub_L/R หรือ Low_L/R

Image 9 1
พารามิเตอร์ของฟังก์ชัน X-OVER ที่สร้างไว้แล้วสามารถตรวจสอบหรือปรับแต่งได้หมด


สำหรับเคอร์เซอร์จะกระพริบที่ PEQ ถ้ามีการกระพริบนั่นหมายถึงเราสามารถเปลี่ยนโหมดได้ กรณีตำแหน่งใดไม่มีการกระพริบ ตำแหน่งนั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนโหมดได้ กรณีเราต้องการเปลี่ยน PEQ ให้เป็น Low-shelf ให้เราหมุนปุ่ม Digital Encoder ไปตามเข็มนาฬิกา หรือหากต้องการเปลี่ยนเป็น Hi-shelf เราก็หมุนไปอีกรอบนึง โดยหมุนกลับมาที่ PEQ หมุนไปเรื่อยๆ มันจะวนอยู่ในลักษณะนี้

ฟังก์ชัน EQ นั้นจะมีทั้งหมด 3 โหมดคือ PEQ, Hi-shelf และ Low-shelf ในกรณีเราต้องการปรับแต่ง EQ ในโหมด EQ ให้กดปุ่ม Digital Encoder ลงไป

จากนั้นเคอร์เซอร์จะไปกระพริบ ณ ตำแหน่งตัวเลขความถี่ที่ถูกปรับไว้ในซอฟต์แวร์ ปกติความถี่ของโรงงานจะกำหนดให้เป็น 20Hz หากเราปรับแต่งค่าเองก็จะแสดงเป็นค่าอื่น เช่นค่า 40.5Hz ตามการปรับแต่งค่าบนซอฟต์แวร์

Image 2
การปรับแต่งความถี่สามารถปรับได้ละเอียดถึงระดับทศนิยม


หากพบว่าย่านความถี่ดังกล่าวยังไม่ตรงกับที่ต้องการ อาจจะเลื่อนไปที่ 60 Hzเมื่อปรับแต่งค่าความถี่ที่ต้องการเสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Digital Encoder อีกครั้ง มันก็จะไปกระพริบที่ dB ค่าที่เราเห็นอาจจะเป็น -6dB, -3dB

กรณีต้องการบูสต์ Gain ขึ้นไป ให้หมุนปุ่ม Digital Encoder ตามเข็มนาฬิกาไปเรื่อยๆ อาจจะตั้งเป็น -1.8dB เมื่อได้ค่าความถี่ที่ต้องการแล้วให้กดปุ่ม Digital Encoder อีกครั้ง จากนั้นเคอร์เซอร์จะไปกระพริบที่ Bandwidth อาจจะเป็นค่า 0.30 Oct. ค่านี้เป็นแบนด์วิธของย่านความถี่นั้น

กรณีเราต้องการให้แบนด์วิธแคบเราก็อาจตั้งเป็น 0.10 Oct. ฐานของกราฟความถี่มันจะแคบลง ซึ่งจะไม่ค่อยไปมีผลกับความถี่ข้างเคียง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่สภาพห้องหน้างานที่ติดตั้งระบบอีกด้วย หากต้องการข้ามไป EQ ในย่านความถี่ถัดไป ให้กดปุ่ม EQ หนึ่งครั้ง เคอร์เซอร์ก็จะกระโดดไปที่ EQ 2..

อ่านต่อหน้า 3

Read Previous

SHURE MV88+ VIDEO KIT ไมโครโฟน

Read Next

Review | Yamaha VXL Series ลำโพงไลน์อาร์เรย์